ค้นหาทุกเรื่องราว..ได้ที่นี่

Custom Search

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

10อันดับเครื่องดื่มมีประโยชน์ที่สุด


นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส จัดอันดับ 10 เครื่องดื่มที่มีประโยชน์ที่สุดในโลก โดยดูที่ระดับสารแอนติออกซิแดนต์ หรือสารต้านอนุมูลอิสระ



ปัจจุบันมีเครื่องดื่มหลายชนิดอ้างว่า ใส่สารอนุมูลอิสระไว้ แต่หลายคนไม่ทราบว่าสารนี้คืออะไรกันแน่ สำหรับสารต้านอนุมูลอิสระ มีประ โยชน์เนื่องมาจากในขบวนการปฏิกิริยาชีวเคมี ที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย จะมีการขับของเสียที่ร่างกายได้รับ ได้แก่ ควันบุหรี่ แอลกอฮอล์ รังสียูวี เอกซเรย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอนุมูลอิสระที่มีอันตรายต่อเซลล์ในร่างกาย ที่อาจส่งผลให้เกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ภาวะข้อต่ออักเสบ ต้อกระจก และการเสื่อมของอวัยวะต่างๆ อนุมูลอิสระจะทำลายเนื้อเยื่อเซลล์ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของดีเอ็นเอ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการมีเซลล์มะเร็ง และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่นำไปสู่ขบวนการเกิดโรคมะเร็ง

สำหรับ 10 อันดับเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากที่สุด คือ น้ำทับทิม ไวน์แดง น้ำองุ่นคอนคอร์ด น้ำบลูเบอร์รี่ น้ำแบล็กเชอร์รี่ น้ำอะซาอี น้ำแครนเบอร์รี่ น้ำส้ม น้ำชา และน้ำแอปเปิ้ล - ปราฟดา

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อาหารบำรุงรอบเดือน

ประจำเดือนที่มาตามปกติแสดงถึงความสมบูรณ์ของสตรีวัยเจริญพันธุ์ และเป็นการถ่ายเทเลือดเสียซึ่งเกิดจากการสลายตัวของเยื่อบุมดลูกและสร้างเยื่อบุมดลูกใหม่หมุนเวียน ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นปกติ

แต่ละเดือนที่ผู้หญิงต้องเสียเลือดเป็นจำนวนมากจากการมีรอบเดือน ร่างกายจะสูญเสียวิตามินและเกลือแร่อย่างแคลเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสีด้วย ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียกว่าปกติ หรือมีอาการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร อารมณ์เศร้าซึม โดยเฉพาะผู้หญิงที่สุขภาพไม่แข็งแรง ขาดการออกกำลังกาย หากมัวแต่อดอาหาร รักษาหุ่น อาจทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็น และเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง ร่างกายจะซูบซีด ผิวพรรณไม่มีเลือดฝาด

ในช่วงมีรอบเดือน การรับประทานอาหารที่สมดุลต่อร่างกายจะช่วยป้องกันอาการต่าง ๆ ได้โดยเน้นที่อาหารบำรุงเลือด เช่น เครื่องในสัตว์ ไข่แดง ถั่วเมล็ดแห้ง และผักใบสีเขียวจัด เช่น คะน้า กวางตุ้ง สาหร่าย เป็นต้น ซึ่งให้ธาตุเหล็ก วิตามินบี 6, บี 12, บีรวม และกรดโฟลิก ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างเลือดสูง

สำหรับสตรีที่ประจำเดือนมาน้อยหรือมากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมี ความผิดปกติ ในร่างกาย เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อร้ายที่มดลูกก็ได้

รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมหันมาดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ^_^

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สายตาสั้นนั่งหน้าจอ ระวังต้อหิน

ใครที่รู้ตัวว่าสายตาสั้น แล้วชอบนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วล่ะก็ ระวังอาจเป็นต้อหินได้ วันนีมีความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...


ดร. มาซากิ ตาเตมิชิ แห่งโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยโตโฮของญี่ปุ่น กล่าวว่า..

นอกจากการสูบบุหรี่ และโรคความดันโลหิตสูงแล้ว การนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคสายตาสั้นได้เหมือนกัน สำหรับคนที่มีสายตาสั้นอยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติของประสาทตาเพิ่มมากขึ้น แล้วอาจจะส่งผลให้เป็นโรคต้อหินได้

คณะวิจัยของ ดร. มาซากิ ตาเตมิชิ ได้ทดลองทำแบบสอบถามกับพนักงานที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ พบผู้มีปัญหาในเรื่องสายตาอยู่ 5% และหลังจากทำการตรวจสายตาอย่างละเอียดพบว่า มีผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นต้อหินอยู่ 1 ใน 3 จึงสันนิษฐานได้ว่า

ผู้ที่มีสายตาสั้นแล้วต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ เป็นเวลาติดต่อกัน อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อหินได้

รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมหันไปปรับเก้าอี้นั่งให้ห่างจากหน้าจอประมาณ 1 ช่วงแขน เพื่อเป็นการถนอมสายตากันด้วย.

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วิธีลดไขมันในอาหาร เพื่อลดความอ้วนได้แก่...

ลดอาหารทอด... น้ำมันในอาหารทอดจะซึมเข้าไปในเนื้ออาหาร ทำให้ดูมีไขมันต่ำกว่าจริง คนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนไม่ควรกินอาหารทอดเกินวันละ 2-3 ช้อนกินข้าว หรือไม่กินเลยยิ่งดี
กินอาหารประเภทต้ม นึ่ง ผักน้ำพริก และสลัดแทน... ถ้ากินสลัดควรเลือกน้ำสลัดที่มีไขมันและน้ำตาลต่ำ ผักน้ำพริก (ถ้าไม่มีพืชหัว เช่น ฟักทอง ถั่ว ฯลฯ) ให้กำลังงานประมาณ 20 แคลอรี (น้ำพริก 2 ช้อนกินข้าว) เท่านั้น การกินข้าวกล้องกับผักน้ำพริกเป็นสูตรลดความอ้วนง่ายๆ ที่อิ่มนาน และมีคุณค่าทางอาหารสูง
เลี่ยงก๋วยเตี๋ยวแห้ง... ก๋วยเตี๋ยวแห้งมักจะต้องคลุกเส้นกับน้ำมันหมู เพื่อให้คล่องคอ(เวลากลืน) การกินก๋วยเตี๋ยวแห้งมีส่วนทำให้ได้รับน้ำมันจากสัตว์ ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวสูงเพิ่มขึ้นมาก ถ้ากินก๋วยเตี๋ยวน้ำแทนจะลดกำลังงาน(แคลอรี)ไปได้มาก เนื่องจากก๋วยเตี๋ยวน้ำใช้น้ำหล่อลื่นแทนน้ำมันหมู
เลี่ยงก๋วยเตี๋ยวผัด เช่น ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ฯลฯ... การผัดหรือทอดทำให้น้ำมันซึมเข้าไปภายใน กลายเป็น "น้ำมันล่องหน" และเสี่ยงต่อการกินมากเกิน
งดแกงกะทิ... กะทิมีไขมันมะพร้าว ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวสูงมาก
งดนมไขมันเต็มส่วน (whole milk)... คนที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไปควรงดนมไขมันเต็มส่วน ดื่มนมไม่มีไขมัน (nonfat) หรือนมไขมันต่ำ (low fat) แทน
ไม่กินเมล็ดพืช เช่น ทานตะวัน ฯลฯ มากเกินวันละ 1 กำมือเล็ก หรือที่ดีกว่านั้นคือ ไม่เกินสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

วิธีเพิ่มอาหารกำลังงานต่ำ เพื่อลดความอ้วนได้แก่

กินผักแบบ "ผักครึ่งหนึ่ง-อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง" หรือเพิ่มผักเป็น 3 ใน 4 ของอาหารทั้งหมด เพื่อให้ได้แร่ธาตุ วิตะมินเพิ่มขึ้น อิ่มมากขึ้น หิวน้อยลง
กินข้าวกล้อง หรือข้าวโอ๊ตแทนข้าวขาว กินขนมปังโฮลวีท(สีรำ)แทนขนมปังขาว และไม่กินแป้งมากเกิน ถ้าไม่ชอบข้าวกล้องจริงๆ อาจใช้จมูกข้าวสาลี (wheat germ) หรือรำข้าวเติมไปในข้าวขาว เพื่อเพิ่มเส้นใย(ไฟเบอร์)
นำถั่วเหลือง(คุณค่าโปรตีนสูงมาก) หรือถั่วแดงหลวง(เส้นใยหรือไฟเบอร์สูงมาก)มาแช่น้ำ ต้ม เก็บใส่ตู้เย็นไว้ นำมาเสริมโปรตีน และลดโปรตีนจากเนื้อสัตว์อย่างน้อย 50% เช่น ซื้อกับข้าวมา ตักเนื้อออก ใส่ถั่วไปแทนอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ฯลฯ
กินผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง ส้ม ฯลฯ ไม่มากเกิน และงดหรือลดผลไม้หวานจัด เช่น ทุเรียน ฯลฯ
กินน้ำผักได้ น้ำผักที่ช่วยให้อิ่มได้นานคือ น้ำมะเขือเทศ น้ำผักหัว (root vegetables) เช่น ฟักทอง ฯลฯ มีน้ำตาลและแป้งค่อนข้างมาก พวกนี้ควรกินแต่น้อย กินเนื้อผักจะได้เส้นใย(ไฟเบอร์)ครบส่วนมากกว่าน้ำผัก
ไม่ควรกินน้ำผลไม้มากเกิน เนื่องจากน้ำผลไม้มีน้ำตาลสูงมาก
งด-ลด-ละ-เลิกขนม น้ำตาล น้ำหวาน... การใช้น้ำตาลเทียมแทนน้ำตาล หรือการดื่มเครื่องดื่มที่ใช้น้ำตาลเทียมมีส่วนช่วยลดกำลังงาน หรือแคลอรีจากเครื่องดื่มลงได้
ถ้าดื่มกาแฟ... กาแฟชงเองมีแคลอรีต่ำกว่ากาแฟสด หรือกาแฟที่ร้านค้าชงมา
งด-ลด-ละ-เลิกเหล้า เบียร์ ไวน์ (แอลกอฮอล์) เนื่องจากแอลกอฮอล์ให้กำลังงานสูง มีน้ำตาลปนอยู่ และทำให้ขาดสติ... กินมากไป เลยอ้วนเลย

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ถั่วเขียวขจัดรอยด่างดำ


ไม่ว่าจะเป็นรอยด่างดำจากการบีบสิว หรือจากการต้อง ออกแดดบ่อยๆ รวมไปถึงรอยแผลที่เกิดจากผื่นคันตามร่างกาย เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่น่าพิสมัยสำหรับผิวเนียนใสของสาวๆ อย่างแน่นอน แต่จะมีวิธีไหนล่ะ ที่จะทำให้รอยด่างดำเหล่านี้หายไป โดยไม่เกิดผลข้างเคียง และที่สำคัญ คือ ประหยัด

คำตอบของคำถามนี้ก็คือ ถั่วเขียว เพราะนอกจาก ถั่วเขียว จะเป็นอาหารที่ทานแล้วสามารถเยียวยาสารพัดอาการได้แล้ว ยังนำมาทาเป็นยาบำรุงผิวเพื่อลบรอยด่างดำให้จางหายไปได้อีกด้วย

วิธีการก็ง่ายๆ เลย ดังนี้

1. เตรียมส่วนผสมให้ครบครัน ได้แก่

ถั่วเขียว 3 ช้อนโต๊ะ
มันฝรั่ง 1 หัว
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนชา


2. นำ ถั่วเขียว และ มันฝรั่ง มาล้างให้สะอาด แล้วนำไปต้มจนสุก แต่ไม่ต้องถึงกับเปื่อย จากนั้นนำ ถั่วเขียวและ เนื้อมันฝรั่ง ที่ได้มาบดรวมกัน โดยไม่ต้องให้ละเอียดนัก เติม น้ำมันมะกอก ลงไป ผสมจนเข้ากันดี


3. นำส่วนผสมที่ได้มาขัดผิวกายโดยเฉพาะบริเวณที่มีจุดด่างดำ โดยใช้เวลาขัดประมาณ 5 นาที ส่วนผสมที่มีเนื้อและเปลือกถั่วเขียวที่บดหยาบๆ ผสมกับเส้นใยของมันฝรั่งบด จะช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวใหม่ที่สดใสกว่าเดิม


4. เมื่อขัดเสร็จแล้วก็ให้ไปอาบน้ำ หรือล้างออกด้วยสบู่ และควรทำเช่นนี้ทุกสัปดาห์ รอยด่างดำจะค่อยๆ เลือนหายไป

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

5 ไลฟ์สไตล์ของผิวใสสุขภาพดี


สิ่งที่ทำเฉพาะกิจ ย่อมไม่มีประสิทธิผลเท่าสิ่งที่ทำเป็นประจำ ดังนั้น การดูแลความสวยงามและสุขภาพผิวที่ดี จึงควรต้องทำในทุกวันอย่างสม่ำเสมอ และนี่คือ 5 ไลฟ์สไตล์สะดวกสบายที่ WP นำมาฝากค่ะ ถ้าปฏิบัติได้เป็นกิจวัตร รับรองว่าผิวของคุณจะใส เปล่งประกายออร่าได้ยิ่งกว่าเซรั่มทรีตเมนต์หลอดละสามหมื่นแน่นอน อ่านแล้วทำเลย


1. กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ

กินอาหารอุดมวิตามินเอ เช่น นมสด ผลิตภัณฑ์จากนม ตับ ฟักทอง แครอท ผักบุ้ง ตำลึง อาหารพวกนี้นอกจากจะช่วยทำให้ผิวสวยแล้ว ยังช่วยซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อในร่างกายอีกด้วย

กินอาหารอุดมด้วยวิตามินซี เช่น ผักผลไม้ทั้งหลาย วิตามินซีในผักผลไม้จะช่วยทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

กินอาหารอุดมด้วยวิตามินอี เช่น จมูกข้าวสาลี ธัญพืชต่างๆ วิตามินอีจะช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน ป้องกันแผลเป็น

กินน้ำมันปลา ซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า-3 จะช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูมีสุขภาพดี ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร หรือ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

กินวิตามินเอ ซึ่งดีต่อสุขภาพของผิวหนังและการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายและสายตา ถ้าขาดวิตามินเอ ผิวหนังจะแข็ง และเป็นเกล็ดฝอยไปอุดต่อมน้ำมัน และต่อมเหงื่อ วิตามินเอที่ควรกินมีอยู่ 2 ชนิด คือ แคโรทีนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย พบอยู่ในอาหารที่มีสีส้มสดและสีเหลือง ได้แก่ แครอท มะเขือเทศ และผักใบเขียว อีกชนิดคือ เรตินอล มีอยู่ในน้ำมันตับปลา ไข่ นม และเนย

กินธาตุสังกะสี ปกติในผิวหนังมีปริมาณธาตุสังกะสีค่อนข้างสูง แต่เมื่อร่างกายเจริญเติบโตเข้าวัยหนุ่มสาวก็ยิ่งต้องการธาตุสังกะสีมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การกินอาหารที่มีสังกะสีป็นประจำจึงช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน การซ่อมแซมเนื้อเยื้อ และเสริมสมดุลการทำงานในระบบฮอร์โมนต่างๆ ของร่างกายได้ครบถ้วน ควรกินอาหารที่มีโปรตีน เช่น หอยนางรม เนื้อวัว ตับวัว ขาไก่

กินอาหารที่มีกากใย เช่น ข้าวกล้อง เมล็ดธัญพืช ผักและผลไม้ก็ช่วยให้การขับถ่ายดี ลดน้ำตาลในเลือดอันเป็นสาเหตุของสารพัดโรค ลดปริมาณอาหารที่มีไขมันสูง ลดอาหารที่มีรสเค็มจัด และพยายามดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยที่สุด เพราะอาหารเหล่านี้จะเพิ่มความดันของเลือดให้สูงเกินปกติ อันจะส่งผลต่อระบบสมดุลผิว

2.ทำอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ

ถ้าอารมณ์หงุดหงิด โกรธง่าย จะทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดไม่ดี ท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ไม่อยากอาหาร ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้สุขภาพผิวแย่ไปด้วย

3.พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ 8-10 ชม. ช่วยให้ผิวได้รับการซ่อมแซมในระหว่างหลับอย่างเต็มที่ การพักผ่อนยังรวมถึงการผ่อนคลายในรูปแบบต่างๆ ด้วย เช่น การเล่นโยคะ บริหารร่างกาย นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ

4.ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จะช่วยให้โลหิตนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้ดีขึ้น ช่วยขับถ่ายพิษหรือของเสียออกจากร่างกายทางเหงื่อ ผิวพรรณจึงดูสดใส เปล่งปลั่ง และมีเลือดฝาด เพื่อผิวและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ควรหาเวลาออกกำลังให้สม่ำเสมอทุกวัน อย่างน้อยวันละ 20 นาที

5.ดูแลความสะอาดของผิวพรรณ

การอาบน้ำอุ่นอุณหภูมิพอเหมาะ (ประมาณ 38 องศาเซลเซียส) จะช่วยทำความสะอาดผิวหนังได้ดีมาก และยังกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัดเป็นเวลานานเกินไป เพราะอาจทำให้อ่อนเพลียได้ง่าย สำหรับสบู่ที่ใช้ทำความสะอาดผิวควรมีค่า pH5 หรือน้อยกว่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำชนิดโฟม เพราะทั้งสบู่ที่มีฤทธิ์แรงและโฟมจะทำลายไขมันตามธรรมชาติที่เคลือบอยู่บนผิว ทำให้ผิวแห้ง หลังอาบน้ำยังควรต้องทาครีมบำรุงผิวให้ทั่วตัว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วีธีรักษาอาการปากแห้ง


ในช่องปากเรามีน้ำลายหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา ต่อมน้ำลายทำหน้าที่ผลิตน้ำลายออกมาเพื่อย่อยอาหาร คลุกเคล้าและหล่อลื่นให้อาหารกลืนได้ง่าย นอกจากนี้น้ำลายยังทำให้เยื่อบุในช่องปากชุ่มชื่นตลอดเวลา หากมีสภาพผิดปกติทำให้น้ำลายไหลน้อยลง เราจะรู้สึกอาการปากแห้งมีภาวะผิดปกติไปจากที่เป็นทำให้รู้สึกหงุดหงิด และมีผลข้างเคียงหลายๆ อย่าง

การปล่อยทิ้งให้มีอาการปากแห้งนานๆ อาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดเชื้อราในช่องปากได้ง่ายขึ้น

ฟันผุและโรคเหงือกอักเสบในช่องปาก
รู้สึกแสบๆ ร้อนๆ ในช่องปาก
มีกลิ่นปาก หรือทำให้กลืนลำบาก ฝืดคอ
หากมีฟันปลอมแบบถอดได้ การที่ปากแห้งมีผลให้การใส่ฟันปลอมหลวมและใส่ไม่ค่อยสบาย

อะไรเป็นสาเหตุให้ปากแห้ง

ที่พบบ่อยคือ การใช้ยาบางอย่าง เช่น ยาแก้แพ้ antihistamine ยาลดน้ำมูก คัดจมูก(De Congestant) ยาแก้ปวด ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันโลหิต ยาลดอาการซึมเศร้า โดยข้อเท็จจริงแล้วมียามากกว่า 400 รายการที่มีผลข้างเคียงทำให้ปากแห้ง การใช้ยาจึงควรศึกษาใบกำกับยา หรือได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ปากแห้งอาจเกิดจากการฉายแสงในการรักษามะเร็งที่ศีรษะ ในช่องปาก ใบหน้า ลำคอ ต่อมน้ำลาย เพราะผลจากรังสีทำให้การไหลของน้ำลายลดน้อยลงอย่างเด่นชัด

คนที่เป็นโรคเบาหวาน
การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ หรือวัยหมดประจำเดือน

สาเหตุเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้การไหลเวียนของน้ำลายน้อยลง

จะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้อย่างไร

เคี้ยวหมากฝรั่งไร้น้ำตาล
จิบน้ำบ่อยๆ
ใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์
งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมทั้งหลาย

คนที่มีอาการปากแห้งบ่อยๆ ควรพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพในช่องปาก ฟัน เหงือก และควรมีข้อมูลการใช้ยา และโรคประจำตัวที่เป็น เพราะจะช่วยให้การวิเคราะห์หาสาเหตุแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น
การดูแลรักษาสุขภาพในช่องปากสำหรับคนที่ปากแห้งน้ำลายไหลน้อยคงต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากธรรมดา เพราะการไหลของน้ำลายช่วยให้อาหารถูกคลุกเคล้าและกลืนได้ง่าย น้ำลายจะช่วยผลักอาหารให้ไหลลื่น มากกว่าที่จะเกาะติดกับตัวฟันและเหงือก ในรายที่ปากแห้งมากๆ การเกาะติดของอาหารที่ฟันและเหงือกก็เพิ่มมากขึ้น และการกลืนจะทำได้ลำบากมากขึ้น การเกิดฟันผุและโรคเหงือกอักเสบก็ทวีขึ้นเช่นกัน

เราจะดูและฟันและเหงือกอย่างไร

แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอหลังอาหารทุกครั้ง
อย่าลืมใช้ Dental floss ทุกครั้งที่แปรงฟัน ขจัดคราบอาหารที่ติดตามซอกฟัน
ใช้แปรงซอกฟัน
ทันตแพทย์อาจเคลือบฟลูออไรด์เพิ่ม
อมน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์แต่ไม่มีแอลกอฮอล์


อย่าลืมว่า การที่มีริมฝีปากแห้งนอกจากจะสร้างความหงุดหงิดแล้วยังมีผลต่อสุขภาพฟันและเหงือกอย่างมาก หากเรารู้สภาพ เพิ่มความเข้มงวดในการทำความสะอาดฟันมากขึ้น ก็ย่อมส่งผลให้สุขภาพฟันดีและอยู่ให้ยาวนานได้ไม่ยุ่งยากเลย